ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์
17 สิงหาคม 2552
สรุปข้อสนเทศ : GLOBAL
- สรุปข้อสนเทศ -
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (GLOBAL)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ : เลขที่ 232 หมู่ที่ 19 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
45000
โทรศัพท์ 0-4361-9850-99 โทรสาร (Fax) 0-4351-9777
เว็บไซด์: www.globalhouse.co.th
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552 (เริ่มทำการซื้อขายวันที่ 19 สิงหาคม 2552)
ประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียน หุ้นสามัญ 960.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 960.00 ล้านบาท (เสนอ
ขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 260.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม
260.00 ล้านบาท)
ทุนของบริษัท ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2552 (วันที่เริ่มทำการซื้อขาย)
ทุนจดทะเบียน
หุ้นสามัญ 960.00 ล้านบาท
ทุนชำระแล้ว
หุ้นสามัญ 960.00 ล้านบาท
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ราคาเสนอขาย 2.55 บาท
วันที่เสนอขาย 10 , 11 และ 13 สิงหาคม 2552
วัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุน 1. ใช้ในการขยายสาขาการให้บริการไปยังจังหวัดต่าง ๆ 300.00 ล้านบาท
2. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 340.00 ล้านบาท
ประเภทกิจการ / ลักษณะการดำเนินงาน
บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในงานก่อสร้าง
ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวนแบบควบวงจร (one stop shopping center) ภายในอาคารหลังเดียวขนาดใหญ่
โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "โกลบอล เฮ้าส์" (Global House)
โดยปัจจุบันมีสาขาให้บริการรวมทั้งสิ้น 7 สาขา ได้แก่ สาขาจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่
ระยอง ชลบุรี และนครปฐม โดยบริษัทมีสินค้าครอบคลุมประเภทของงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง อาคารทุก
ประเภท เป็นจำนวนรายการรวมกว่า 50,000 รายการ ครอบคลุมทุกระดับราคา โดยสินค้าที่วางจำหน่ายในแต่ละ
ประเภทนั้น ล้วนได้รับการคัดเลือกมาแล้วว่ามีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งยังอยู่ในความต้องการและความนิยมของตลาด
ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีพื้นที่การขายเฉลี่ยของแต่ละสาขากว่า 18,000 - 26,000 ตารางเมตร และพื้นที่
จอดรถที่เตรียมไว้รองรับเป็นจำนวนกว่า 200 คัน ทั้งนี้ภายใต้อาคารจำหน่ายสินค้าขนาดยักษ์ของ "โกลบอล เฮ้าส์"
นั้น ภายในจะแบ่งรูปแบบของพื้นที่จำหน่ายสินค้าออกเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ส่วน Shopping Area คือ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ลูกค้าสามารถเดินเลือกชม และเลือกซื้อสินค้าได้
อย่างใกล้ชิด ตามความพึงพอใจ ซึ่งภายในบริเวณ Shopping Area ทุก ๆ จุด จะมีพนักงานที่พร้อมให้บริการ ยืน
ประจำตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในทันทีที่ต้องการ
ส่วนที่ 2 ส่วน Drive Through คือ ส่วนที่วางจำหน่ายประเภทสินค้าในกลุ่มโครงสร้าง ซึ่งในบริเวณ
พื้นที่ส่วนนี้ จะมี รถโฟล์คลิฟท์ และ โอเวอร์เฮด เครน พร้อมให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และจะเป็น
พื้นที่ที่ลูกค้าสามารถนำรถเข้ามาจอด เพื่อจะได้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ในบริเวณด้านหลังของศูนย์จำหน่าย ซึ่งจะ
จัดพื้นที่ให้สามารถจ่ายเงิน ออกบิล และรับสินค้าได้ภายใน 10 นาที พร้อมบรรทุกสินค้าที่ซื้อกลับบ้านได้ทันที
ทั้งนี้ สามารถแบ่งสินค้าที่ "โกลบอล เฮ้าส์" จำหน่ายออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1. กลุ่มวัสดุก่อสร้าง สำหรับงานด้านโครงสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก ตะปู ลวด หลังคา เป็นต้น
2. กลุ่มวัสดุตกแต่ง สำหรับงานตกแต่งอาคาร เช่น ประตู หน้าต่าง เครื่องมือช่าง สุขภัณฑ์ กระเบื้องเซรามิค
สีและเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
โครงสร้างรายได้
บริษัท มีโครงสร้างรายได้ แยกตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ดังนี้
2549 2550 2551 ไตรมาส 1 ปี 2552
ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท %
รายได้จากขาย 2,671.98 99.23 3,216.71 98.92 3,967.41 99.15 1,014.34 99.11
- กลุ่มวัสดุก่อสร้าง 1,102.46 40.94 1,398.04 42.99 1,636.51 40.90 415.80 40.63
- กลุ่มวัสดุตกแต่ง 1,569.52 58.29 1,818.67 55.93 2,330.89 58.25 598.54 58.48
มูลค่ารายได้อื่น** 20.77 0.77 35.19 1.08 33.96 0.85 9.07 0.89
รายได้รวม 2,692.75 100.00 3,251.90 100.00 4,001.36 100.00 1,023.41 100.00
หมายเหตุ ** รายได้อื่น คือ รายได้บริการขนส่ง รายได้ค่าติดตั้ง ค่าเช่ารับ ดอกเบี้ยรับอื่น ๆ กำไรขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน กำไรขาดทุนจาก
การจำหน่ายทรัพย์สิน รายได้จากการส่งเสริมการขาย
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท สามารถจำแนกได้ออกเป็น 5 กลุ่ม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. กลุ่มลูกค้าปลีก คือ กลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป ที่เป็นเจ้าของบ้าน ช่างรายย่อย ที่ซื้อสินค้าและนำกลับไปใช้
เอง (End-user)
2. กลุ่มร้านค้าช่วง คือ กลุ่มลูกค้าที่เป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างขนาดเล็กที่ซื้อสินค้าแล้วนำไปจำหน่ายต่อ
3. กลุ่มผู้รับเหมา คือ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้าง รับเหมา ต่อเติมและตกแต่งให้กับ
กลุ่มลูกค้ารายย่อย ที่กลุ่มลูกค้าเหล่านี้รับงานก่อสร้างอีกที
4. กลุ่มโครงการก่อสร้าง คือ กลุ่มลูกค้าในลักษณะของการก่อสร้างโครงการบ้านจัดสรร โรงแรม รีสอร์ท และ
อพาร์ตเมนท์
5. กลุ่มหน่วยงานราชการ - เอกชน คือ กลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานทั้งในส่วนของราชการ และเอกชน
ตารางแสดงรายละเอียดการจำหน่ายสินค้า โดยแบ่งตามกลุ่มประเภทลูกค้า
ตั้งแต่ ปี 2551 และช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552
รายได้จากการจำหน่าย (ร้อยละ)
ประเภทกลุ่มลูกค้า
2551 ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552
ลูกค้าปลีก 73.69% 81.52%
ร้านค้าช่วง 10.08% 5.81%
ผู้รับเหมา 14.01% 10.40%
โครงการก่อสร้าง 1.39% 1.16%
หน่วยงานราชการ- เอกชน 0.84% 1.11%
รวม 100.00% 100.00%
สำหรับแนวโน้มการจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มลูกค้าปลีก ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน
ช่างและผู้รับเหมาขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งจะชำระค่าสินค้าด้วยเงินสดและบัตรเครดิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อด้านการ
จัดจำหน่ายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูง และกระแสเงินสดของบริษัท
ช่องทางการจำหน่าย
บริษัทเน้นสถานที่ตั้งร้านค้าที่สะดวกในการคมนาคมและใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของชุมชน ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้า
เป้าหมายที่สำคัญ รูปแบบของสิ่งปลูกสร้างหรือตัวอาคารจะมีลักษณะคล้ายกับคลังสินค้าที่ปลูกสร้างเป็นอาคารชั้น
เดียว โปร่งโล่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยสามารถจัดเรียงสินค้าได้มากและสะดวกในการค้นหา โดยเน้นระบบการ
วางแสดงสินค้าที่สวยงาม ระบบการขนถ่ายสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เน้นสร้างภาพลักษณ์ความทันสมัย
และความเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้า โดยในอนาคตจะจัดให้มีระบบจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต
(e-commerce) สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัทให้กับบุคคลภายนอก หรือในจังหวัดใกล้เคียง บริษัทจะใช้
ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านพนักงานขายที่จะออกเยี่ยมลูกค้าเดือนละ 2 ครั้ง และจะมีข่าวสารจัดส่งโดยตรงไปถึง
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
การจัดหาผลิตภัณฑ์
ในการจัดหาผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น หน้าที่ในการสั่งซื้อสินค้าทุกรายการจะถูกควบคุมและดำเนินการโดย
สำนักงานจัดซื้อ ฝ่ายบริหารสินค้า ซึ่งตั้งอยู่ภายในสาขาจังหวัดร้อยเอ็ด โดยจะใช้โปรแกรม Minimum Stock เป็น
ตัวควบคุมให้เกิดการสั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงทุนปรับปรุงระบบการจัดซื้อใหม่ทั้งหมด โดยสามารถ
อำนวยความสะดวก เพิ่มความรวดเร็วในการติดต่อเพื่อสั่งซื้อสินค้า จากผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้มากขึ้นจาก
เดิม ทำให้การบริหารสต็อกสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยังช่วยลดต้นทุนด้านการจัดการบริหารสต็อก
สินค้าให้กับบริษัทได้เป็นอย่างมาก
วิธีการจัดหาผลิตภัณฑ์
บริษัทมีการจัดหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาวางจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ โดยในปัจจุบันบริษัทมีวิธีการจัดหา
ผลิตภัณฑ์ดังนี้
1. ผู้ผลิตเป็นผู้มาเสนอจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท
2. ฝ่ายจัดหาผลิตภัณฑ์เป็นผู้ติดต่อไปยังผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการนัดเยี่ยมชมสินค้า
และโรงงานของผู้ผลิตก่อนตัดสินใจเลือกสินค้ามาวางจำหน่าย
3. ฝ่ายจัดหาผลิตภัณฑ์นำข้อมูลความต้องการสินค้าของลูกค้ามาประกอบการจัดหาสินค้า
แหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์
บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือ อุปกรณ์ตกแต่งบ้านรายสำคัญ โดย
ปัจจุบันมีจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ภายในประเทศเกือบครบทุกราย โดยกลุ่มผู้ผลิตที่สำคัญดังกล่าว
มีดังนี้
1. ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างรายสำคัญในประเทศ อาทิ บมจ.ทีพีไอ โพลีน บจก.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศ
ไทย) บจก.โสสุโก้ เซรามิค
2. ผู้ผลิตในต่างประเทศ คือ กลุ่มผู้ผลิตในประเทศจีนและอินโดนีเซีย โดยสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่าย
ได้แก่ กระเบื้องแกรนิต อิฐแก้ว อ่างสปา ฉากกั้นอาบน้ำ อุปกรณ์สแตนเลสในห้องน้ำ ไม้อัด ประตู
เหล็ก เครื่องมือช่าง ลูกบิด บานพับ สวิตช์และปลั๊กไฟ โคมไฟ ฉนวนกันความร้อน เป็นต้น
โดยมีรายละเอียดการสั่งซื้อสินค้า แบ่งออกเป็นการสั่งซื้อภายในประเทศ และต่างประเทศ สำหรับช่วง
ปี 2551 และช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552 ดังนี้
2551 ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552
ยอดสั่งซื้อ
(ล้านบาท) (ร้อยละ) (ล้านบาท) (ร้อยละ)
ยอดสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศ 3,393.15 94.89% 845.78 93.36%
ยอดสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ 182.7 5.11% 60.12 6.64%
รวม 3,575.85 100.00% 905.90 100.00%
การแข่งขัน
ในปัจจุบันสามารถแบ่งกลุ่มคู่แข่งขันที่อยู่ในอุตสาหกรรมการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน
ออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโฮม เซ็นเตอร์ ได้แก่
1.1 โฮม โปร (Home Pro) บริหารงานโดย บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
ประกอบธุรกิจค้าปลีก โดยจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ต่อเติม
ตกแต่ง ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคาร บ้านและที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (One Stop
Shopping Home Center) ปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการจำนวน 33 สาขา
1.2 โฮมเวิร์ค (HomeWorks) บริหารโดยบริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด ผู้บริหาร
ประกอบธุรกิจค้าปลีกในเครือเซ็นทรัล รีเทลฯ โดยจำหน่ายสินค้า และวัสดุอุปกรณ์เพื่อการ
ตกแต่งซ่อมแซมที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร ปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการจำนวน 10 สาขา
2. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store) ได้แก่ ร้านค้ารายย่อยที่เน้นการขาย
สินค้าเฉพาะอย่างแต่เป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ดังนี้
2.1 ร้านค้ารายย่อยที่จำหน่ายเฉพาะวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ ซีเมนต์ไทยโฮมมาร์ท ซึ่งเน้นการ
จำหน่ายสินค้าของกลุ่มเครือซิเมนต์ไทย แต่สำหรับสินค้าประเภทอื่น เช่น กระเบื้อง
สุขภัณฑ์ สี อุปกรณ์ไฟฟ้า ประปา ยังมีจำหน่ายไม่มาก
2.2 กลุ่มเซรามิคและสุขภัณฑ์ ได้แก่ ร้านสุขภัณฑ์เซ็นเตอร์ บุญถาวร เดคคอร์มาร์ท แกรนด์
โฮมมาร์ท และอินเตอร์สุขภัณฑ์ โดยมีกลุ่มสินค้าเน้นทางด้านเซรามิค สุขภัณฑ์และ
อุปกรณ์ในห้องน้ำ
2.3 กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ได้แก่ Index Living Mall S.B. Furniture ซึ่งประกอบ
ธุรกิจค้าปลีกสินค้าที่เกี่ยวกับบ้าน โดยเน้นที่อุปกรณ์ตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ชุดห้องนอน ชุด
รับแขก เครื่องครัว โดยลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
2.4 ร้านขายสินค้าเฉพาะอย่าง เช่น ร้านขายสี ร้านขายอุปกรณ์ประปา ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า
ร้านฮาร์ดแวร์ ฯลฯ โดยร้านค้าเหล่านี้ยังขาดในเรื่องความหลากหลายของสินค้า อีกทั้ง
รูปแบบการจัดเรียงยังเป็นแบบเก่า (Traditional Trade)
ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธันวาคม 2550) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกล่าวคือ ปัจจุบัน
มีผู้ประกอบการศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งครบวงจรรายใหญ่รวม 9 ราย ซึ่งต่างมีการขยายสาขาและ
ตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชน ย่านธุรกิจ และศูนย์การค้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
และภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้การแข่งขันทางการตลาดเป็นไปอย่างรุนแรง ซึ่งรายชื่อผู้ประกอบการศูนย์
จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และตกแต่งครบวงจร รายใหญ่ มีรายละเอียด ดังนี้
รายชื่อผู้ประกอบการศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งครบวงจรรายใหญ่ (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2552)
รายชื่อ ตราสินค้า จำนวนสาขา สถานที่ตั้ง
1. บจก. ซีเมนต์ไทยการตลาด ซีเมนต์ไทยโฮมมาร์ท 400/1 ทั่วภูมิภาคในประเทศ
2. บมจ. โฮมโปรดักส์เซ็นเตอร์ โฮมโปร 33 กรุงเทพฯ 17 สาขา และสาขาในต่างจังหวัด
16 สาขา
3. บจก. ซีอาร์ซี เพาเวอร์รีเทล โฮมเวิร์ค 10 กรุงเทพฯ และสาขาในต่างจังหวัด
4. บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ โกลบอล เฮ้าส์ 7 ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่/2
ระยอง ชลบุรี นครปฐม
5. บจก. บุญถาวรเซรามิค บุญถาวร 6 กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ
สมุทรสาคร
6. บจก. แกรนด์โฮมมาร์ทกรุ๊ป แกรนด์โฮมมาร์ท 4 กรุงเทพฯ นนทบุรี
7. บจก. เดคคอร์มาร์ท เดคคอร์มาร์ท 3 กรุงเทพฯ
8. บจก. ชลบุรีกันยง กันยงโฮมสโตร์ 2 ชลบุรี
9. บจก. อุบลวัสดุ อุบลวัสดุ 2 อุบลราชธานี นครราชสีมา
ที่มา : รวบรวมโดยฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
หมายเหตุ: /1 ตัวแทนจำหน่าย
/2 สำหรับสาขาจังหวัดเชียงใหม่นั้นได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา โดยทางบริษัทได้ซ่อมแซมและ
ปรับปรุงสาขาเพื่อเปิดให้บริการได้อีกเมื่อเดือนเมษายน ปี 2552 ที่ผ่านมา
สำหรับภาวการณ์แข่งขันของศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งครบวงจรรายใหญ่ในขณะนี้นั้น
ทางบริษัทได้พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งครบวงจรรายใหญ่ว่า
ผู้ประกอบการแต่ละรายต่างมีจุดเด่น หรือความแตกต่างของลักษณะศูนย์จำหน่าย ประเภทสินค้าที่นำมาจำหน่าย และ
การให้บริการ ที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นการกำหนดตำแหน่งทางด้านผลิตภัณฑ์ และการให้บริการ (Positioning) ที่
แตกต่างกัน หรืออาจกล่าวได้ว่า ผู้ประกอบการแต่ละรายไม่ได้เป็นคู่แข่งขันในทางธุรกิจโดยตรงกับบริษัทแต่อย่าง
ใด ซึ่งรูปแบบทางธุรกิจ (Business Model) ของบริษัทจะเน้นในลักษณะของศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง
ที่เน้นความครบ และหลากหลายของสินค้า ที่มีให้เลือกมากกว่า 50,000 รายการ ในลักษณะของแวร์เฮ้าสโตร์ และ
มีการเพิ่มผลิตภัณฑ์บางประเภทที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากศูนย์จำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการรายอื่น โดยบริษัท
จะเน้นการจัดหาผลิตภัณฑ์ผ่านการติดต่อโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพดี แต่สามารถ
จำหน่ายได้ในราคาที่ย่อมเยากว่า ประกอบกับการรับประกันสินค้าภายใน 30 วัน หรือสำหรับสินค้าบางประเภทบริษัทมี
การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญและเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขัน
ของบริษัท
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม - ไม่มี -
สรุปสาระสำคัญของสัญญา
คู่สัญญา :คณะบุคคลเพชรน้ำหนึ่ง โดยนางวารุณี สุริยวนากุล
วันที่ลงนาม :1 กรกฎาคม 2550
สาระสำคัญของสัญญา :- ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่าที่ดิน โฉนดเลขที่ 23237 สำหรับใช้เป็นสถานที่
เปลี่ยนถ่ายสินค้าของบริษัท ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลทวีวัฒนา (บางพรม)
อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยมีขนาดเนื้อที่ 0-2-96 ไร่
- สัญญามีกำหนดอายุ 5 ปี เริ่มอายุการเช่าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550
ถึง 1 กรกฎาคม 2555
- อัตราค่าเช่าที่ดินเดือนละ 20,000 บาท
การใช้ประโยชน์จากสถานที่เช่า : สาเหตุที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเช่าที่ดินจากผู้ให้เช่ารายดังกล่าว เนื่องจาก
ทำเลดังกล่าวใกล้กับแหล่งกระจายสินค้าของผู้ผลิตหลายราย รวมทั้งที่ดิน
ดังกล่าวตั้งอยู่ในย่านการคมนาคมที่สะดวกสบาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่
ของการใช้พื้นที่สำหรับรับสินค้าจากผู้จัดจำหน่าย และเพื่อการกระจายสินค้า
ขึ้นรถเพื่อส่งต่อไปยังสำนักงานในสาขาต่าง ๆ ของบริษัทแบบวันต่อวัน ใน
ลักษณะของ Cross Docking ซึ่งในแต่ละวัน และจะไม่มีสินค้าตกค้างอยู่ใน
พื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทไม่มีศูนย์กระจายสินค้าใน
ลักษณะ Distribution Center กอปรกับการกระจายสินค้าในลักษณะ Cross
Docking จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและต้นทุนการบริหารจัดการสินค้าได้
มากกว่าลักษณะของศูนย์กระจายสินค้า เพื่อประโยชน์และความได้เปรียบใน
การดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเช่าพื้นที่ดังกล่าว
มูลค่าเงินลงทุน : บริษัทได้ลงทุนปรับปรุงที่ดินและเทพื้นลานคอนกรีตเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อใช้
ประโยชน์ในการวางสินค้า โดยมีมูลค่าการลงทุนเป็นจำนวนเงินประมาณ
0.36 ล้านบาท
การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (ถ้ามี) - ไม่มี -
การให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค - ไม่มี -
และการจัดการ
โครงการดำเนินงานในอนาคต : บริษัทมีแผนการขยายสาขาเพิ่ม โดยในปัจจุบันบริษัทมีสาขาอยู่ที่จังหวัด
ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ ระยอง ชลบุรี และนครปฐม นอกจากนี้
บริษัทยังมีสาขาที่กำลังวางแผนจะขยายเพิ่ม คือ สาขาในเขตกรุงเทพมหานคร
(บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ) สาขาจังหวัดในเขตภาคกลาง (จังหวัดราชบุรี
อยุธยา นครสวรรค์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดกาฬสินธุ์)
รวมทั้งบริเวณปริมณฑลของกรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่อีกหลายจังหวัด
ทั้งนี้บริษัทได้วางแผนที่จะเปิดดำเนินการสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขา ให้ได้ภายในปี
2552 นี้ โดยในการขยายสาขาแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 300.00 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทจะศึกษาข้อมูลด้านทำเลที่ตั้ง ลักษณะและขนาดของตลาด พฤติกรรมของผู้บริโภค
คู่แข่งขันในท้องถิ่น ตลอดจนจัดทำประมาณการเงินลงทุน ยอดขาย และอัตรากำไรที่จะได้รับ
อย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน
รายการระหว่างกัน
ในช่วงระหว่างปี 2550 ถึง งวด 3 เดือน ปี 2552 บริษัทมีรายการระหว่างกันกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่
อาจมีความขัดแย้งที่สำคัญ ดังนี้
1. บุคคลที่อาจมีความขัดแย้งกัน : บริษัท อินเตอร์คอนกรีตอุตสาหกรรม จำกัด (อินเตอร์คอนกรีต)
ลักษณะกิจการ : ดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ และผลิตภัณฑ์คอนกรีต
ความสัมพันธ์ : กรรมการของบริษัท เป็นกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน อินเตอร์คอนกรีต
จำนวน 4 ท่าน คือ นายวิทูร สุริยวนากุล นายอนวัช สุริยวนากุล นางวารุณี สุริยวนากุล
และนายเทพกุล พูลลาภ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นท่านละร้อยละ 20.20 โดยมีนายเทพ
กุล พูลลาภ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามใน อินเตอร์คอนกรีต นอกจากนี้ยังมีผู้ถือหุ้น
ในบริษัท อีก 2 ท่าน เป็นผู้ถือหุ้นใน อินเตอร์คอนกรีต เช่นกัน คือ นางสาวนิภาพรรณ
สุริยวนากุล และนางสาวปทุมวัน สุริยวนากุล โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นในบริษัทมีสัดส่วนการ
ถือหุ้นรวมกันในอินเตอร์คอนกรีต เท่ากับร้อยละ 86.53
ลักษณะของรายการระหว่างกัน
1.1 บริษัทขายซีเมนต์ผงสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่ และสินค้าเกี่ยวกับการก่อสร้างให้กับ อินเตอร์คอนกรีต
มูลค่าของรายการระหว่างกัน
ปี 2550 : 15.54 ล้านบาท
ปี 2551 : 17.23 ล้านบาท
ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552 : 2.92 ล้านบาท
ความจำเป็น/ความสมเหตุสมผล : รายการนี้เป็นรายการขายสินค้า ในเงื่อนไขที่เป็นปกติธุรกิจเช่นเดียวกับที่ขาย
ให้กับกิจการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะเหมือนกับกลุ่มลูกค้าร้านค้าช่วง ที่ซื้อและนำไป
จำหน่ายต่อ แต่ทั้งนี้เนื่องจากการสั่งซื้อรวมกัน ทำให้บริษัท ได้รับสิทธิเรื่องส่วนลด
จากเจ้าหนี้การค้า ในกรณีที่มีการสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมาก ซึ่งอินเตอร์คอนกรีตและ
บริษัท จะได้ประโยชน์จากต้นทุนซื้อที่ต่ำกว่าเช่นเดียวกัน
ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาการทำรายการดังกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นว่า การทำ
รายการนี้เป็นการทำรายการที่สมเหตุสมผล และมีราคายุติธรรม
1.2 บริษัทซื้อคอนกรีตผสมเสร็จจาก อินเตอร์คอนกรีต
มูลค่าของรายการระหว่างกัน
ปี 2550 : 0.20 ล้านบาท
ปี 2551 : 1.46 ล้านบาท
ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552 : 0.24 ล้านบาท
ความจำเป็น/ความสมเหตุสมผล : สำหรับรายการซื้อสินค้านั้นจะเป็นการซื้อได้ในราคาขายส่ง ในเงื่อนไขที่เป็นปกติ
ธุรกิจเช่นเดียวกับที่ขายให้กับกิจการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และเป็นไปตามราคาตลาด
สำหรับการซื้อนั้นเป็นการซื้อเพิ่มนำไปใช้งานซ่อมการต่อเติม ซ่อมแซม และปรับปรุง
อาคารของบริษัท
ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาการทำรายการดังกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นว่า การทำ
รายการนี้เป็นการทำรายการที่สมเหตุสมผล และมีราคายุติธรรม
2. บุคคลที่อาจมีความขัดแย้งกัน : บริษัท สยามโกลบอลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (โกลบอลเอ็นจิเนียริ่ง)
ลักษณะกิจการ ดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านวิศวกรรมงานแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก (Steel
Structure) และงานรับเหมาก่อสร้าง
ความสัมพันธ์ กรรมการของบริษัท เป็นกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นใน โกลบอลเอ็นจิเนียริ่ง จำนวน 3
(ยังมีต่อ)