การพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม

Smart Store “มุ่งมั่นลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

         บริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจและการเติบโตควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม แม้ว่าการดำเนินงานของบริษัทอาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม หรือ ก่อให้เกิดมลภาวะเหมือนกับโรงงานอุตสาหกรรม แต่บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการดำเนินงานของบริษัท โดยได้จัดทำ “นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

Smart Stores

การบริหารจัดการพลังงาน

         บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการจัดการด้านพลังงานให้มีประสิทธิภาพดูแลรักษาไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน (Sustainable Resource Use) พร้อมกับการลดและปรับตัวให้เข้ากับภาวะโลกร้อน (Climate Change Mitigation and Adaptation) ซึ่งเริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างตัวอาคาร การปรับปรุงกระบวนการทำงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์พลังงาน

แนวทางการบริหารจัดการ

1. การดำเนินการภายในข้อกำหนด กฎหมาย และมาตรฐานระดับสากล
2. ตั้งแต่ปี 2559 ได้มีนโยบายติดตั้งระบบการจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage & Retrieval System : ASRS) ซึ่งเป็นระบบปิดไม่ต้องใช้แสงสว่างในการทำงาน สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าแล้ว ระบบ ASRS ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้าของบริษัทฯให้ดีขึ้น
3. ในปี 2560 มีแผนการดำเนินการเปลี่ยนระบบปรับอากาศจากพัดลมไอน้ำมาเป็นระบบเครื่องปรับอากาศ (Air Condition) และปรับปรุงแสงสว่างภายในร้าน ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงมีนโยบายติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารร้านค้าทุกสาขา (Solar Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการประหยัดพลังงานระยะยาว และทำการติดตั้งครบทุกสาขาแล้วในปี 2562 ทำให้บริษัทฯสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ อีกทั้งในปี 2563 บริษัทฯได้พัฒนาโปรแกรมควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศ ทำให้ลดการใช้พลังงานได้เพิ่มขึ้นอีก

ผลการดำเนินงาน

ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าจากสายส่ง
1. การใช้พลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์ Solar roof top)

         ตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ มีนโยบายที่จะใช้พลังงานทดแทน จึงเริ่มโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารร้านค้าทุกสาขา (Solar Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด อีกทั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ ซึ่งในปี 2565 บริษัทฯมีหลังคาโซลาร์เซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าได้ครบทุกสาขาแล้ว รวม 77 สาขา

2. โครงการเปลี่ยนระบบไฟภายในและภายนอกอาคาร

         บริษัทฯ มีแผนดำเนินการปรับปรุงระบบแสงสว่างทั้งภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งทำให้บริษัทสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 151,651 kWh / year 

3. อาคารการติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage & Retrieval System: ASRS)

         ตั้งแต่ปี 2559 บริษัทฯ มีนโยบายติดตั้งระบบการจัดเก็บสินค้าคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage & Retrieval System : ASRS) ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้าของบริษัทฯ ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ระบบการจัดเก็บสินค้าคลังอัตโนมัติเป็นระบบปิด ไม่ต้องใช้แสงสว่างในการทำงาน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้

การบริหารจัดการน้ำ

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

         บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ในการดำเนินงานของบริษัทฯ จะใช้น้ำจากการประปา น้ำบาดาลและน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัด (Recycle) เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของน้ำและเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรและใช้ให้เกิดคุณค่าสูงสุด 

แนวทางการบริหารจัดการ

         บริษัทฯ มีการจัดการการใช้น้ำ โดยการใช้น้ำส่วนใหญ่ภายในอาคารสาขา และร้านอาหารพนักงาน เพื่อการชำระล้าง ทั้งนี้บริษัทฯ มีความพยายามที่จะลดปริมาณการใช้น้ำ ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายเทคนิคทำการตรวจสอบท่อประปา อุปกรณ์ชะล้างและมาตรวัดน้ำ อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน สำหรับการขยายสาขาใหม่ และการปรับปรุงสาขาเดิมได้กำหนดให้ติดตั้งสุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ โถปัสสาวะและก๊อกน้ำอัตโนมัติ นอกจากนี้บริษัทฯได้ดำเนินโครงการลดการปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยน้ำทิ้งจากอาคารสาขาที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้ว ได้นำกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ สามารถลดปริมาณการใช้น้ำจากการประปา และน้ำบาดาลได้  โดยมีข้อมูลการใช้น้ำระหว่างปี 2563-2565 ดังนี้

ผลการดำเนินงานปี 2565

สถิติการใช้น้ำ

อัตราการใช้น้ำ ปี 2563-2565

การบริหารจัดการขยะ ของเสีย และวัสดุเหลือใช้

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

         บริษัทฯ มีนโยบายและแนวทางการกำจัดขยะและของเสียที่เกิดขึ้นภายในร้านสาขาของบริษัทฯ อย่างเหมาะสมเป็นระบบไม่มีผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับกฎหมาย โดยขยะและของเสียที่เกิดขึ้นนั้นมีแหล่งที่มาจากการดำเนินงาน ลูกค้าที่มาใช้บริการและพนักงานของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นลดขยะเศษวัสดุรวมถึงรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

         บริษัทฯ จัดให้มีการคัดแยกขยะและของเสียอย่างชัดเจน สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ขยะเศษวัสดุทั่วไป ขยะทั่วไป ขยะเปียก และขยะติดเชื้อ ซึ่งมีรายละเอียดและแนวทางการจัดการ ดังนี้

  • ขยะเศษวัสดุ เป็นขยะที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้แก่ กล่องและลังกระดาษที่บรรจุสินค้า สายรัดพลาสติก สายรัดเหล็ก กระป๋องสีพลาสติก และเศษเหล็ก บริษัทฯจะดำเนินการจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อในท้องถิ่นและกำหนดให้มีการประกวดราคาเป็นประจำทุกปี
  • ขยะเปียก มาจากร้านอาหารสำหรับพนักงาน ซึ่งมีปริมาณไม่มาก โดยจะคัดแยกเศษอาหารและให้พนักงานที่ต้องการนำไปเลี้ยงสัตว์ หรือทำปุ๋ยชีวภาพ
  • ขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย ผ้าพันแผล และสำลีทำความสะอาด บริษัทฯกำหนดให้ทิ้งในถุงขยะสำหรับ “ขยะติดเชื้อ” และจัดเก็บอย่างมิดชิด โดยให้หน่วยงานเทศบาลนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
  • ขยะทั่วไป กำหนดให้ทำการคัดแยกและทำพื้นที่จัดเก็บ เพื่อให้หน่วยงานเทศบาลในพื้นที่นำไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาล
1. โครงการช้อปรักษ์โลก

         บริษัทฯ ยังได้มีรณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติก เนื่องจากตระหนักว่าถุงพลาสติกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดขยะและการเผาทำลายก็จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้อุณภูมิโลกสูงขึ้นและเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก จึงได้จัดโครงการ “ช้อปรักษ์โลก” ด้วยการเชิญชวนลูกค้าปฏิเสธการรับถุงพลาสติกรวมทั้งการเพิ่มคะแนนสะสมให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิกอีกด้วย

2. โครงการแยกแล้วดี

         บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและมีการจัดการที่ถูกต้องจนถึงปลายทาง จึงได้จัดโครงการ “แยกแล้วดี” เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ การลดขยะรวมถึงการนำขยะไปสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อนำขยะเข้าสู่กระบวนการจัดการให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง

3. การบริหารจัดการการใช้กระดาษ
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

         บริษัทฯ ให้ความใส่ใจการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดการตัดต้นไม้ รวมถึงลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตกระดาษ บริษัทฯ จึงได้มีการกำหนดเป้าหมาย “ลดการใช้กระดาษ” โดยได้กำหนดเป้าหมายลดกระดาษลงเหลือ 28,000 แผ่นต่อสาขา ภายในปี 2573

แนวทางการบริหารจัดการ

         บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมการลดการใช้กระดาษขนาด A4 โดยเริ่มจากการเปลี่ยนรูปแบบของใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษี จากการใช้กระดาษขนาด A4 มาเป็นกระดาษ A5 นอกจากนี้ในการทำงานของส่วนสำนักงาน บริษัทฯรณรงค์ให้มีการใช้กระดาษอย่างรู้ค่า โดยกำหนดให้พิมพ์เอกสารตามความจำเป็นเพื่อลดการใช้กระดาษ (Reduce) และให้นำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ (Reused) รวมทั้งปรับรูปแบบการทำงานเป็นแบบไร้กระดาษ (Paperless) ด้วยการพัฒนาโปรแกรมใช้งานภายในองค์กร

ผลการดำเนินงาน 2565

         ปี 2565  ปริมาณกระดาษ A4 ที่ใช้ในการดำเนินงานมีปริมาณลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 9,500 แผ่น หรือคิดเทียบต่อสาขาจำนวน 922 แผ่น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

         บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ ซึ่งทั่วโลกได้ให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯได้ให้ความสำคัญในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization ; CFO) โดยเริ่มดำเนินการในปี 2565 เพื่อทราบถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัท พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินกิจกรรมตามมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 10% จากปีฐาน (ปี2565) ภายในปี 2573

ความเสี่ยงและโอกาส

แนวทางการบริหารจัดการ

         บริษัทฯดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน มีการดำเนินกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้บริการลูกค้า บริษัทฯให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง(Scope1) และทางอ้อม(Scope2) โดยใช้นโยบายการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ เป็นประเภทไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และนโยบายการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากสายส่ง รวมถึงมาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดยลดการใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดคือ 58% ของกิจกรรมทั้งหมด 

ในปี 2565 บริษัทฯได้เริ่มประเมินคาร์บอนฟุตพิ้นท์ขององค์กร หรือปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆของบริษัท  เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การจัดการของเสีย และการขนส่ง ซึ่งแสดงผลในรูปของตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทำให้ทราบจุดที่มีนัยสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทและจะนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในดังนี้

ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

รายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) *

         * หมายเหตุ :  บริษัทฯ ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2565 และได้ผ่านการทวนสอบโดย “ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นผู้ทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

1. การใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift) และรถยกไฟฟ้า (Electric Stacker)

         ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา บริษัทฯ มีนโยบายใช้รถโฟล์คลิฟท์กับสาขาที่เปิดดำเนินการใหม่ และทดแทนรถโฟล์คลิฟท์ระบบเชื้อเพลิงของสาขาเดิมที่ครบอายุการใช้งานแล้ว ด้วยความตระหนักว่าการใช้รถโฟล์คลิฟท์ แม้จะอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน แต่การเผาไหม้เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ก็ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก สร้างมลภาวะทางอากาศซึ่งการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า และรถยกไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

2. โครงการติดตั้งสถานีชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger Station)

         บริษัทฯ ได้ติดตั้งสถานีชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า ในบริเวณพื้นที่ให้บริการของสาขา เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของบริษัท โดยสิ้นปี 2565 มีจำนวนสถานีชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 12 สาขา

3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยระบบดิจิทัล (Digital Lucky Draw)

         ปี 2565 บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย “ใช้ร้อยชิงล้าน” ซีซั่น 9 เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งสามารถลดการใช้กระดาษขนาด A5 เพื่อใช้พิมพ์คูปองชิงโชคได้มากถึง 17,963,606 ใบ และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อขนส่งคูปองชิงโชคจากทุกสาขามายังสำนักงานใหญ่ อีกทั้งได้ปรับเปลี่ยนประเภทของรางวัลเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 9 คัน แทนการมอบรถยนต์ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมให้พนักงานให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
  • ให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงประชาสัมพันธ์วิธีการลดใช้พลังงานในสำนักงานผ่านสื่อภายในองค์กร เช่น ป้ายรณรงค์ประหยัดพลังงาน บอร์ดประชาสัมพันธ์ อินทราเน็ต ฯลฯ
  • ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานร่วมกันลดใช้พลังงาน เช่น การประหยัดไฟฟ้า การประหยัดน้ำ รวมถึงหมั่นตรวจสอบท่อน้ำ และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
  • รณรงค์ให้ผู้บริหารและพนักงาน ปิดเครื่องปรับอากาศ และปิดไฟในช่วงเวลาพักหรือช่วงเวลาไม่ได้อยู่ในห้องทำงานเป็นเวลานาน

บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

         บริษัทมีสินค้ากว่า 10,000 รายการที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท หรือ เรียกว่าสินค้า House Brand โดยมีแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าHouse Brand จะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) หรือสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (Recyclable) หรือ สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Compostable) เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยปี 2565 บริษัทมีปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ของสินค้า House brand แยกตามประเภทบรรจุภัณฑ์ ดังนี้

บรรจุภัณฑ์พลาสติก

บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่พลาสติก

Scroll to Top