การจัดการก๊าซเรือนกระจก
ความมุ่งมั่น
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ ซึ่งทั่วโลกได้ให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯได้ให้ความสำคัญในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร(Carbon Footprint for Organization; CFO) โดยเริ่มดำเนินการในปี 2565 เพื่อทราบถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัท พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินกิจกรรมตามมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ความเสี่ยงและโอกาส
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน มีการดำเนินกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้บริการลูกค้า บริษัทฯให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง(Scope1) และทางอ้อม(Scope2) โดยใช้นโยบายการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ เป็นประเภทไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และนโยบายการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากสายส่ง รวมถึงมาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดยลดการใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดคือ 58% ของกิจกรรมทั้งหมด
ในปี 2565 บริษัทฯได้เริ่มประเมินคาร์บอนฟุตพริ๊นท์ขององค์กร หรือปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆของบริษัท เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การจัดการของเสีย และการขนส่ง ซึ่งแสดงผลในรูปของตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (Ton CO2e) ทำให้ทราบจุดที่มีนัยสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทและจะนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตและผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในดังนี้
ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ปี 2566 (Carbon Footprint for Organization : CFO)
หมายเหตุ : บริษัทฯ ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2566 และได้ผ่านการทวนสอบโดย “ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นผู้ทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
การใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift) และรถยกไฟฟ้า (Electric Stacker)
เนื่องจากกิจกรรมดำเนินงานของสาขาในแต่ละวัน ต้องมีการเคลื่อนย้ายสินค้า การจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และประหยัดแรงงาน โดยพื้นที่บริเวณขายสินค้าประเภทตกแต่งบ้าน บริษัทฯ กำหนดให้ใช้รถยกไฟฟ้า และพื้นที่ขายสินค้าประเภทก่อสร้างกำหนดให้ใช้รถโฟล์คลิฟท์ในการปฏิบัติงาน
ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา บริษัทฯ มีนโยบายใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ากับสาขาที่เปิดดำเนินการใหม่ และทดแทนรถโฟล์คลิฟท์ระบบเชื้อเพลิงของสาขาเดิมที่ครบอายุการใช้งานแล้ว ด้วยความตระหนักว่าการใช้รถโฟล์คลิฟท์ แม้จะอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน แต่การเผาไหม้เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ก็ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก สร้างมลภาวะทางอากาศซึ่งการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า และรถยกไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการติดตั้งสถานีชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger Station)
บริษัทฯ ได้ติดตั้งสถานีชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า ในบริเวณพื้นที่ให้บริการของสาขา เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของบริษัท โดยสิ้นปี 2566 มีจำนวนสถานีชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 12 สาขา
การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยระบบดิจิทัล (Digital Lucky Draw)
ในปี 2565-2566 บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย“ใช้ร้อยชิงล้าน”ซีซั่น9 เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งสามารถลดการใช้กระดาษขนาดA5 เพื่อพิมพ์คูปองชิงโชคได้มากถึง 28,687,572 ใบ และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อขนส่งคูปองชิงโชคจากทุกสาขามายังสำนักงานใหญ่ อีกทั้งได้ปรับเปลี่ยนประเภทของรางวัลเป็นรถยนต์ไฟฟ้า(EV) จำนวน 9 คัน แทนการมอบรถยนต์ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
กิจกรรมส่งเสริมให้พนักงานให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
- ให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมรวมถึงประชาสัมพันธ์วิธีการลดใช้พลังงานในสำนักงานผ่านสื่อภายในองค์กร เช่น ป้ายรณรงค์ประหยัดพลังงาน บอร์ดประชาสัมพันธ์ อินทราเน็ต ฯลฯ
- ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานร่วมกันลดใช้พลังงาน เช่น การประหยัดไฟฟ้า การประหยัดน้ำ รวมถึงหมั่นตรวจสอบท่อน้ำและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
- รณรงค์ให้ผู้บริหารและพนักงาน ปิดเครื่องปรับอากาศและปิดไฟในช่วงเวลาพักหรือช่วงเวลาไม่ได้อยู่ในห้องทำงานเป็นเวลานาน