การพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสังคม

Smart People “ใส่ใจดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม”

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม

สิทธิมนุษยชน

         บริษัทฯ ตระหนักว่าการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นความรับผิดชอบสำคัญและมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกุล่ม อาทิ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น คู่ค้า เจ้าหนี้ ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนซึ่งสอดคล้องกับหลักกฎหมายภายในประเทศและมาตรฐานสากล อาทิ หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร โดยถือเป็นความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องรับทราบและปฏิบัติ โดยได้เผยแพร่นโยบายไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://investor.globalhouse.co.th/sustainable-development-th/#sustainable-policy

การบริหารทรัพยากรบุคคล

         ทรัพยากรบุคคลเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จตลอดจนสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

         บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกำหนดกลยุทธ์ด้านบุคลากรตั้งแต่การสรรหาพนักงาน การพัฒนาพนักงาน และการรักษาพนักงานพร้อมกับสนับสนุนให้พนักงานได้รับโอกาสเติบโต มีความก้าวหน้าในอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่จำกัดเพศ เชื้อชาติ และศาสนา มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และความสามารถ ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานเป็นคนดี มีจิตอาสา ทำประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวม ตามนโยบายการบริหารบุคคลของบริษัทฯ “GBH Smart People”

1. การสรรหาพนักงาน

         จากแผนการดำเนินงานหลัก ที่มุ่งเน้นการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทุกปี ทำให้บริษัท ฯ ต้องวางแผนการสรรหาพนักงานล่วงหน้า เพื่อรองรับการดำเนินงาน ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการจ้างงาน โดยการส่งเสริมการจ้างงานภายในพื้นที่ของสาขาที่บริษัทฯ เปิดดำเนินการเป็นหลัก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและแรงงานในพื้นที่ รวมถึงการสรรหาพนักงานภายในเพื่อโอนย้ายกลับสู่ภูมิลำเนา

         นอกจากนี้ได้ส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส โดยการให้ความร่วมมือและสนับสนุนนโยบายการจ้างงานของหน่วยงานภาครัฐ เช่น การจ้างงานผู้สูงอายุ การจ้างงานคนพิการ การจ้างงานนักศึกษาจบใหม่

2. การฝึกอบรมและการพัฒนาพนักงาน

         นอกจากการพัฒนาพนักงานตามข้างต้น บริษัทฯ ยังได้ขยายความร่วมมือและการพัฒนาไปยังสถาบันการศึกษา โดยในปี 2565 ได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เกี่ยวกับการร่วมผลิตบัณฑิตและการเรียนการสอนเชิงบูรณาการกับทำงาน (Work Integrated Learning : WIL) โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ในชั้นเรียนกับประสบการณ์การทำงานในสภาพจริงขององค์กร เพื่อพัฒนาคุณลักษณะและทักษะของนักศึกษา ให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและร่วมผลิตบัณฑิตกว่า 9 แห่ง 6 สาขาวิชา และมีนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมฝึกประสบการณ์และเรียนรู้จากการทำงานจริงกว่า 100 คน

3. การรักษาพนักงาน

         พนักงานคือกำลังสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้เจริญเติบโตและยั่งยืน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการดูแลรักษาพนักงานให้เกิดความรักความผูกพันและอยู่กับองค์กร โดยมีการดำเนินงานในการดูแลรักษาพนักงาน ดังนี้

  • การบริหารค่าตอบแทน และสวัสดิการพนักงาน
  • สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น จัดหาสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงิน ลดภาระหนี้สินให้กับพนักงาน
  • ความผูกพันของพนักงาน เป็นการยกระดับความพึงพอใจและความผูกพันกับองค์กรของพนักงานให้สูงขึ้น

สรุปผลการดำเนินงานด้านการบริหารบุคลากรในปี 2565

1. การส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมกันและความหลากหลาย

ความหลากหลายทางเพศ
เพศ จำนวน (ราย) ร้อยละเทียบกับพนักงานทั้งหมด
ชาย 5,770 57.34
หญิง 4,293 42.66

หมายเหตุ : ร้อยละเทียบกับพนักงานทั้งหมด

ความหลากหลายทางอายุ
เพศ จำนวน (ราย) ร้อยละเทียบกับพนักงานทั้งหมด
น้อยกว่า 30 ปี 4,036 40.11
ระหว่าง 30-55 ปี 5,401 53.67
มากกว่า 55 ปี 626 6.23

หมายเหตุ : ร้อยละเทียบกับพนักงานทั้งหมด

ความหลากหลายทางสัญชาติ
สัญชาติ พนักงานทั้งหมด (ร้อยละ) ผู้บริหารทั้งหมด (ร้อยละ)
กัมพูชา 0.01 0.00
ฟิลิปปินส์ 0.01 0.00
จีน 0.01 0.00
ความหลากหลายทางศาสนา
ศาสนา จำนวน (ราย) ร้อยละเทียบกับพนักงานทั้งหมด
พุทธ 9,904 98.42
คริสต์ 13 0.13
อิสลาม 146 1.45

หมายเหตุ : ร้อยละเทียบกับพนักงานทั้งหมด

2. การส่งเสริมความสามารถในการทำงานของพนักงานหญิง

ตัวชี้วัดช่องว่างรายได้ระหว่างเพศ
สัดส่วนของพนักงานหญิง ผลดำเนินงานปี 2565 (ร้อยละ) เป้าหมายปี 2568 (ร้อยละ)
สัดส่วนหญิงต่อพนักงานทั้งหมด 42.66 50
ผู้บริหารหญิงระดับปฏิบัติการต่อผู้บริหารทั้งหมด 37.46 40
ผู้บริหารหญิงระดับกลางต่อผู้บริหารทั้งหมด 43.24 45
ผู้บริหารหญิงที่อยู่ในหน่วยงานที่สร้างรายได้ให้กับองค์กร 35.69 40
ผู้บริหารหญิงระดับผู้บริหารทั้งหมด 33.33 40
ตัวชี้วัด ความแตกต่างระหว่างพนักงานหญิง-ชาย (ร้อยละ)
ช่องว่างของค่าจ้างเฉลี่ยระหว่างเพศ 8.34
ช่องว่างของค่าจ้างมัธยฐาน 4.04
ช่องว่างของค่าเฉลี่ยโบนัส 11.35
ช่องว่างของค่ามัธยฐานของโบนัส 5.88
ช่องว่างรายได้ที่แตกต่างกันระหว่างเพศ
ระดับพนักงาน ค่าเฉลี่ยรายได้พนักงานหญิง ค่าเฉลี่ยรายได้พนักงานชาย
ฐานเงินเดือนผู้บริหาร 0.93 1
ฐานเงินเดือนผู้บริหาร + รายได้อื่นๆ +โบนัส 0.87 1
ฐานเงินเดือนระดับผู้จัดการ 1.14 1
ฐานเงินเดือนระดับผู้จัดการ + รายได้อื่น +โบนัส 1.21 1
ฐานเงินเดือน พนักงานทั่วไป 1.04 1

3. การจ้างงานคนพิการ

4. เสรีภาพในการสมาคม

         บริษัทฯ ส่งเสริมและให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการรวมกลุ่มของพนักงาน รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการและช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น ตู้แดง (Voice of employee), ระบบ Call Center, ศูนย์รับข้อร้องเรียนด้านต่างๆ โดยรวมถึงการเสนอแนะและแสดงความคิดเห็น ผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการมีส่วนร่วมของพนักงาน

         บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการรวมกลุ่มและมีอำนาจในการต่อรองร่วมกันในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนของพนักงานในการร่วมปรึกษาหารือ เสนอแนะ ตรวจสอบ ดูแลการจัดสวัสดิการ รวมทั้งการบริหารจัดการข้อเสนอแนะและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

         คณะกรรมการสวัสดิการจะได้รับการสรรหาและคัดเลือก โดยการเลือกตั้งจากพนักงานในแต่ละพื้นที่สาขา ครอบคลุมพนักงาน ร้อยละ 100 เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนพนักงาน ซึ่งกรรมการสวัสดิการที่ได้รับการเลือกตั้งจะมีวาระดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 2 ปี และจัดประชุมร่วมกับผู้บริหารสาขาและบริษัท อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

         ปัจจุบันคณะกรรมการสวัสดิการของบริษัทครอบคลุมรวมทุกพื้นที่สาขา มีจำนวนทั้งหมด 81 คณะ และมีกรรมการสวัสดิการจำนวนรวมทั้งหมด 405 คน โดยคณะกรรมการสวัสดิการในแต่ละพื้นที่สาขาจะดำเนินการจัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือ เสนอแนะแนวทางดำเนินการปรับปรุงประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการและสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน

5. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

         บริษัทฯ ยึดมั่นในการเคารพสิทธิแรงงานของพนักงาน และการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น การจ้างงาน ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันหยุดและสวัสดิการ รวมถึงสถานที่ทำงานที่มีความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดี ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดสวัสดิการสำหรับพนักงาน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

โปรแกรมพัฒนาพนักงาน
สวัสดิการ สิทธิตามกฎหมาย สิทธิที่บริษัทมอบให้พนักงาน
จำนวนวันลาคลอดเลี้ยงดูบุตรสำหรับพนักงานหญิง 98 วัน 98 วัน
วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน 14 วัน
วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วัน 6-15 วัน
วันลากิจ/วันลาเพื่อดูแลบุตรที่คลอดใหม่สำหรับพนักงานชาย 3 วัน 12 วัน

         ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้จัดสรรสวัสดิการที่หลากหลายให้กับพนักงาน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างการทำงานร่วมกับบริษัท เช่น สวัสดิการเงินกู้ พื้นที่คลายเครียด มุมให้นมบุตร เป็นต้น ตลอดจนสวัสดิการด้านความมั่นคงของชีวิต เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต เงินช่วยเหลือกรณีประสบภัย

สวัสดิการพนักงาน

         1. พื้นที่คลายเครียด

         บริษัทจัดพื้นที่นั่งและมุมหนังสือ สำหรับพักผ่อนและคลายความเครียดให้กับพนักงานในช่วงเวลาพัก

         บริษัทจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านจิตใจและการผ่อนคลายความเครียดให้กับพนักงาน เช่น การกิจกรรมทำบุญตักบาตร และกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆ ประจำทุกปี


         2. การสร้างสรรค์ด้านกีฬาและสุขภาพ

         บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีการออกกำลังกายและแข่งขันกีฬา ทั้งภายในและภายนอกสาขา/บริษัท

         บริษัทส่งเสริมพนักงานให้มีการดูแลสุขภาพ โดยการจัดตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ และให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ

         บริษัทส่งเสริมพนักงานให้มีการดูแลสุขภาพ และสร้างภูมิคุ้มกัน โดยร่วมบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทยเป็นประจำทุกปี

         บริษัทจัดสวัสดิการสำหรับดูแลพนักงานที่คลอดบุตร หรือนอนพักรักษาอาการป่วย รวมถึงพนักงานและครอบครัวเสียชีวิต โดยดำเนินการผ่านคณะกรรมการสวัสดิการและตัวแทนบริษัท

สวัสดิกรครอบครัว

         1. การให้นมบุตร

         บริษัทจัดเตรียมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก “มุมนมแม่” สำหรับคุณแม่เพื่อให้นมบุตร

         บริษัทจัดเตรียมสถานที่ “สนามเด็กเล่น” สำหรับดูแลและให้บริการบุตรพนักงานและลูกค้า

6. การสรรหาพนักงาน

ปี 2562 2563 2564 2565
ค่าใช้จ่ายในการสรรหาพนักงาน (บาท/คน) 1,233.72 830.78
สัดส่วนพนักงานที่เปิดรับภายใน (%) 8.3 18.6
จำนวนพนักงานที่รับใหม่ (คน) 2,388 3,984
ข้อมูลพนักงานที่รับเข้ามาใหม่
ปี 2562 2563 2564 2565
เพศชาย 1,512 2,523
เพศหญิง 876 1,416
แยกตามช่วงอายุรับมาใหม่ (คน)
น้อยกว่า 30 ปี 1,598 2,670
ระหว่าง 30-50 ปี 743 1,242
มากกว่า 50 ปี 47 72
แยกตามตำแหน่งตำแหน่งงานรับมาใหม่ (คน)
พนักงาน 2,209 3,742
ผู้จัดการระดับต้น 164 233
ผู้จัดการระดับกลาง 15 9
ผู้จัดการระดับสูง
แยกตามศาสนารับมาใหม่ (คน)
พุทธ 2,358 3,934
คริสต์ 29 45
อิสลาม 1 2
อื่น ๆ 3

7. การอบรมและพัฒนาพนักงาน

รายละเอียด 2564 2565
จำนวนพนักงานที่ฝึกอบรม (คน) 10,074 10,077
จำนวนชั่วโมงที่ฝึกอบรม (ชั่วโมง) 83,511 81,422
จำนวนชั่วโมง / คน / ปี 8.29 8.08
มูลค่าการฝึกอบรม (บาท) 198,653.45 1,940,965.09
7.1 โปรแกรมการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหารสาขา

         บริษัทมุ่งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของทีมงานผู้บริหารสาขา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานสาขา ทั้งด้านการขายและการบริการ รวมทั้งทีมงานบุคคลากรในแต่ละสาขาให้มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของบริษัท     

กลุ่มเป้าหมาย หัวข้อการพัฒนา ผลลัพธ์และประโยชน์ที่จะได้รับ
พนักงานที่มีศักยภาพ (High Potential Talent) โดยได้รับการคัดเลือกจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ • กระบวนการทำงานและการบริหารงานทุก Function ภายในสาขา
   ◦ งานขายปลีกและงานขายโครงสร้าง
   ◦ งานสนับสนุนสาขาและงานส่วนกลาง
• ระบบโปรแกรมและเครื่องมือด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง
• บทบาทของผู้บริหารสาขา
• การบริหารและพัฒนาทีมงาน
• การฝึกปฏิบัติงานจริง และผู้บริหารระดับสูงให้คำแนะนำ
• ผู้เข้าร่วมโปรแกรมตลอดทั้งโครงการ = 321 คน
• จำนวนวันที่อบรมใน Program (Man Day) = 5,805 วัน
• สามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาต่อปี = 451 ล้านบาท
• % Employee Engagement Score (Leadership) มากกว่า 90%
7.2 โปรแกรมการพัฒนาผู้จัดการฝึกหัดรุ่นใหม่

         บริษัทส่งเสริมและสร้างโอกาสให้พนักงานทั้งที่จบใหม่ และที่มีประสบการณ์ ซึ่งมีความพร้อมในการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติและพัฒนาตัวเองในสายงานธุรกิจค้าปลีก เพื่อเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมในการเติบโตในสายอาชีพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของทีมบริหารงานสาขาในอนาคต

โครงการผู้จัดการฝึกหัด 

  • เริ่มโครงการตั้งแต่ ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน
  • ปัจจุบันมีจำนวน 8 รุ่น ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดรวม 58 คน
  • โดยปัจจุบันเติบโตในสายงาน ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสาขาและหน่วยงานต่างๆ จำนวน 17 คน
กลุ่มเป้าหมาย หัวข้อการพัฒนา ผลลัพธ์และประโยชน์ที่จะได้รับ
พนักงานใหม่ ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ และมีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานหน่วยงานและพื้นที่สาขาของบริษัท • กระบวนการทำงานธุรกิจค้าปลีกภายในสาขา
• การสอนงานและการบริหารจัดการทีมงาน
• การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดสาขาใหม่ร่วมกับทีมพี่เลี้ยง
• การปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานที่มอบหมาย
• ผู้เข้าร่วมโปรแกรมตลอดโครงการ = 58 คน
• จำนวนวันที่อบรมใน Program (Man day) = 5,220 วัน
• อัตราการเติบโตของผู้จัดการฝึกหัดในสายอาชีพ โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นระดับผู้บริหารสาขา = 30 %

8. การประเมินผลงานพนักงาน

         บริษัทกำหนดและจัดทำนโยบายการประเมินผลการปฏิบัติงาน หลักเกณฑ์การประเมิน รวมถึงการนำผลการประเมินไปใช้พิจารณาผลตอบแทน และดำเนินการในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพด้วยมาตรฐานเดียวกัน เป็นประจำทุกไตรมาส ผ่านระบบ HR Management เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งจะยึดถือวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการทำงาน (Management by objectives) เป็นรูปแบบการประเมินมาตรฐาน และเพิ่มเติมการประเมินมิติด้านอื่นๆ สำหรับกลุ่มงานที่มีลักษณะงานแตกต่างกัน

อาชีวอนามัย และความปลอดภัย

         บริษัทฯ ตระหนักดีว่าสุขอนามัยที่ดีและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย จะส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน และสร้างความมั่นใจต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการวางแนวบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

         บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ปราศจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยได้ตั้งเป้าหมาย “อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์” หรือ “Zero Accident” เพื่อรณรงค์ให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญและปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ไม่เกิดอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดความบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติงาน ในทุกกิจกรรมการดำเนินงานทั้งหมด โดยมีการกำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • จำนวนอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตของพนักงาน เท่ากับ ศูนย์ ทุกปี
  • อัตราการเจ็บป่วยและโรคจากการทำงานของพนักงานเป็น ศูนย์ ทุกปี
  • ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานของพนักงาน (LTIFR) น้อยกว่า 1.0 ภายในปี 2568

สถิติการเกิดอุบัติเหตุ

อัตราการเกิดอุบัติเหตุ 2564 2565
จำนวนสาขา 75 78
จำนวนการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน 101 104
อัตราเฉลี่ยการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานต่อสาขา1 1.35 1.33
อัตราการบาดเจ็บที่บันทึกทั้งหมด 5.77 5.12
อัตราการบาดเจ็บรุนแรงสูง (ไม่รวมเสียชีวิต) 0.08 0.0
อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (Lost time Injury Frequency Rate: LTFR)2 3.94 3.83
อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (Lost time Injury Frequency Rate: LTFR)2 0.52 0.63
โรคจากการทำงาน (Occupational Illness Frequency Rate: OIFR)3 0.0 0.0
การเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต (ครั้ง)
พนักงานบริษัท
· ชาย 0.0 2
· หญิง 0.0 0.0
พนักงานพีซี
· ชาย 0.0 0.0
· หญิง 0.0 0.0
จำนวนพนักงานเสียชีวิต4
พนักงานบริษัท
· ชาย 12 11
· หญิง 2 0.0
พนักงานพีซี
· ชาย 4 3
· หญิง 2 1

หมายเหตุ : 

  1. อัตราเฉลี่ยการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานต่อสาขา = จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ/จำนวนสาขา
  2. อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน = จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ/จำนวนชั่วโมงการทำงานรวม X 1,000,000
  3. จำนวนครั้ง/จำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมด
  4. เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัย
1. ยกระดับอาชีวอนามัย สร้างความปลอดภัยในที่ทำงาน

          บริษัทฯ ตระหนักถึงด้านความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นให้เป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ ภายในปี 2568 บริษัทจึงได้มีการดำเนินการจัดสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานและพื้นที่การปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้คณะกรรมการด้านความปลอดภัยในการทำงาน อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับ ปฏิบัติหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และตรวจประเมินาดรดำเนินการตามมาตรฐาน แผนงาน หรือนโยบายตามที่กำหนด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงได้จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสื่อสารข้อมูลข่าวสารการเกิดอุบัติเหตุและแนวทางการดำเนินการแก้ไขร่วมกับคณะทำงานด้านความปลอดภัยจากส่วนกลาง เพื่อยกระดับการจัดการให้เป็นมาตรฐานในการดำเนินการ

         นอกจากนี้ บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการด้านความปลอดภัยขององค์กร โดยให้มีการรายงานพื้นที่การปฏิบัติงาน จุดเสี่ยง หรือขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่อาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายผ่านช่องต่าง ๆ เช่น การประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยฯ การสำรวจพื้นที่ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (Safety Patrol) พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการแก้ไข และจัดลำดับการดำเนินการแก้ไข ผ่านการประเมินความเสี่ยง เป็นต้น

2. โครงการสำรวจความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม Safety Patrol

          บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงพฤติกรรมความปลอดภัย สภาพแวดล้อมในการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ใช้บริการ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ยังมุ่งเน้นให้เป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ โดยได้จัดให้ คณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงาน อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ รวมถึงพนักงานทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบค้นหาอันตรายในพื้นที่การปฏิบัติงาน ที่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้ใช้บริการแล้วดำเนินการแก้ไข เพื่อป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ

3. โครงการฝึกการหยั่งรู้อันตรายล่วงหน้า KYT

         โครงการ KYT มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งมีการดำเนินการในทุก ๆ ช่วงกะของการเริ่มปฏิบัติงาน โดยมีผู้บริหาร หัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเป็นผู้เริ่มดำเนินการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลด้านความปลอดดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งแนะนำเรื่องการปฏิบัติงานในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้บริการผู้ใช้บริการ การปฏิบัติงานถูกต้องและปลอดภัย พื้นที่ที่อาจเป็นจุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานหรือในการให้บริการ รวมถึงชี้แจงปัญหาในการให้บริการ วิธีการแก้ไข และการรับมือแต่ละสถานการณ์ เป็นต้น

4. โครงการสื่อสาร ข่าวสารด้านความปลอดภัย Safety Talk

         บริษัทฯ ส่งเสริมความเข้าใจ ให้ความรู้ และสร้างความตระหนักให้แก่พนักงานทุกคน เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับตัวพนักงาน โดยการปลูกจิตสำนึกของการรู้ถึงสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งแนวทางการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงวิธีการปฏิบัติงาน การบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร อย่างถูกต้องและปลอดภัยให้แก่พนักงานทุกคน เป็นต้น

5. การเข้าร่วมโครงการ “ถนนปลอดเหตุ ชีวิตปลอดภัย”

         บริษัทฯ ได้เข้าร่วม ลงนาม MOU ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อ “ถนนปลอดเหตุ ชีวิตปลอดภัย” MEMORANDUM OF UNDERSTANDING for “Safe Roads, Save Lives” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา ร่วมกับสโมสรโรตารีประเทศไทย แผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์กรอนามัยโลก ด้านความปลอดภัยทางถนน (CCS – RS) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อเดินหน้าเจตนารมณ์ร่วมกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทย เป็นสังคมที่ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน โดยบริษัทฯเป็นส่วนหนึ่งของภาคเอกชนที่จะร่วมผลักดันการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน ให้กับบุคลากรของบริษัทฯ พร้อมทั้งร่วมเป็นทีมงานสื่อสาร และประสานงานการทำงานระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและมีผลเป็นรูปธรรม

การพัฒนาชุมชนเพื่อสังคม

         บริษัทฯ ตระหนักถึงบทบาทของการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้กับสังคม มุ่งหวังที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้น และเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้แข็งแกร่ง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยอยู่บนพื้นฐานของการสร้างคุณค่าร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล

แนวทางการบริหารจัดการ

         บริษัทฯ สนับสนุนและส่งเสริมการใช้กระบวนการทางธุรกิจ ในการสร้างคุณค่าที่หลากหลายให้กับสังคมและชุมชนผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย การส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มเกษตรกร และการเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ให้กับนักศึกษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมทำงานอาสาสมัครร่วมกับชุมชน

1. การส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กลุ่มเกษตรกรผ่าน “โครงการปันสุขสร้างรอยยิ้ม และ Platform เกษตรดี”

         ด้วยสถานการณ์ สภาวะทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร เนื่องจากจำหน่ายผลผลิตได้น้อยลง ไม่มีพื้นที่จัดวางจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร และบางพื้นที่มีผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด “โครงการปันสุขสร้างรอยยิ้ม” จึงถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบรรเทาปัญหาของเกษตรกร บริษัทฯ ได้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา อาทิ ข้าวโพดหวาน มันหวาน กล้วยหอม ถั่วลิสง และเผือก เป็นต้น และกระจายผลผลิตไปยัง “พื้นที่ปันสุข” ของแต่ละสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ ได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ราคาถูกกว่าท้องตลาดและพร้อมกันนี้ยังช่วยให้พนักงานของเราแต่ละสาขา 9,000 กว่าคนได้บริโภคสินค้า นอกจากนี้ได้สนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ขนส่งของบริษัทฯ 800 กว่าคันในการจัดส่งผลผลิตไปยังสาขาต่าง ๆ ของบริษัทฯ ตลอดทั้งปี ซึ่งทางบริษัท ตั้งใจพัฒนา Platform “เกษตรดี” เป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อส่งเสริมและต่อยอดช่องทางการจำหน่าย อำนวยความสะดวกให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจได้มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถนำเสนอผลผลิตทางการเกษตรให้กับบริษัทฯ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจากโครงการดังกล่าวบริษัทฯ ได้สนับสนุนและกระจายผลผลิตการเกษตรผ่าน Platform “เกษตรดี”

2. โครงการส่งเสริมการจำหน่ายข้าวหอมมะลิ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด

         ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ถือเป็นข้าวหอมมะลิชั้นยอดและเป็น Product Champion ของจังหวัดร้อยเอ็ดมาอย่างยาวนาน แต่ต้องประสบกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ ส่งผลให้ข้าวในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดค้างสต็อก เพื่อร่วมบรรเทาปัญหาข้าวค้างสต็อกและช่วยเหลือเกษตรกร บริษัทฯ ได้รับซื้อข้าวหอมมะลิ ขนาดบรรจุถุง 5 กิโลกรัม จากสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด จำนวน 80,000 ถุง หรือ 400 ตัน และกระจายข้าวหอมมะลิไปยัง “พื้นที่ปันสุข” ทุกสาขาทั่วประเทศ 77 สาขา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

3. การสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย “โครงการช่างดี”

         บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งหวังที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคมและชุมชนที่บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินธุรกิจกว่า 77 สาขาทั่วประเทศ จึงได้มีการจัดตั้ง “โครงการช่างดี” ขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ช่างหรือผู้ประกอบการรายย่อย ภายในท้องถิ่นมาร่วมงานกับบริษัทฯ และตลอดระยะเวลาที่เราได้เปิดโอกาสให้ช่างหรือผู้ประกอบการรายย่อยที่ประกอบกิจการงานติดตั้ง โดยกระจายงานการบริการติดตั้งกว่า 70 รายการ เช่น ติดตั้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า สุขภัณฑ์ ปั๊มน้ำ โซล่าเซลล์ รางน้ำฝน กลอนประตูดิจิตอล ระบบประตูอัตโนมัติ โรงจอดรถ เครื่องครัว ฯลฯ ให้กับช่างและผู้ประกอบการรายย่อย และทางบริษัทฯ ได้มีการร่วมมือกับพันธมิตรกับทางธุรกิจ (Business Partner) Mitsubishi Samsung Haier Midea C Hi – Tech SCG ฯลฯ


4. กิจกรรมเพื่อสังคม “โครงการปันสุขสร้างรอยยิ้ม”

         บริษัทฯ ให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมาโดยตลอด ไม่ว่าในรูปแบบของการบริจาคเงินช่วยเหลือ สิ่งของ หรือการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชนผ่านทางหน่วยงานสาขา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน

         บริษัทฯ ได้มอบสินค้าเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนแก่โรงเรียน วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยเทคนิค จังหวัด ที่มีสาขาเปิดดำเนินการ

ด้านการแพทย์

         บริษัทฯ ได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ประกอบด้วยเครื่องฟอกไต และชุดจี้เข็มความร้อนระงับความเจ็บปวด ด้วยเครื่องความถี่วิทยุชนิด 4 ช่องสัญญาณ เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และการรักษาผู้ป่วย

ด้านการช่วยเหลือผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส

         บริษัทฯ เป็นร่วมส่วนหนึ่งในการระดมเงินบริจาค จากผู้มีจิตศรัทธาและพนักงานโกลบอลเฮ้าส์ทุกสาขาให้แก่มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดร้อย โดยการตั้งตู้รับบริจาคเงินภายในร้านซึ่งสามารถรวบรวมเงินบริจาคได้มาถึง 410,000.00 บาท รวมถึงได้สนับสนุนรางวัล ในกิจกรรม งานวันคนพิการสากล และมอบเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ

ด้านศาสนา

         บริจาคเงินและมอบสินค้า วัสดุและอุปกรณ์ในการก่อสร้างและบูรณะโบสถ์ กุฏิ และศาลาปฏิบัติธรรม

Scroll to Top